ข้อแตกต่างข้อดี ข้อเสีย ระหว่าง บัตรเครดิต กับ Buy Now Pay Later

 

ผู้บริโภคในออสเตรเลียมีหลายตัวเลือกในการชำระค่าสินค้าและบริการ เช่น บัตรเครดิต บัตรเดรบิต และ Buy Now Pay Later (วิธีที่ซื้อของได้ทันทีและค่อยจ่ายผ่อนชำระตามเวลาที่เราเลือก)

วันนี้ Super Smart Plans จะมาอธิบายความแตกต่างและข้อดีข้อเสียระหว่าง บัตรเครดิต และ BNPL (Buy Now Pay Later)

? การซื้อสินค้าโดยจ่ายแบบ BNPL (Buy Now Pay Later)

ข้อดี

1️⃣ ไม่มีดอกเบี้ยใดๆ ถ้าคุณผ่อนชำระเงินตรงเวลา เช่น สมมติว่าซื้อเครื่องดูดฝุ่นราคา $400 ดอลลาร์ ทางร้านกำหนดไว้ว่าคุณสามารถผ่อนชำระได้ในระยะเวลา 12 เดือน โดยจ่ายเดือนละ $33.34 ดอลลาร์ต่อเดือนโดยไม่มีดอกเบี้ย

ในแต่ละเดือนคุณต้องเตรียมเงินไว้ $33.34 ดอลลาร์ เพื่อชำระค่าเครื่องดูดฝุ่นจบครบ 1 ปี

2️⃣ BNPL ใช้ง่าย สมัครง่ายเพียงแค่สร้างบัญชีกับผู้ให้บริการ BNPL เช่น Afterpay ต่างจากบัตรเครดิตที่มีขั้นตอนเยอะกว่า

ผลสำรวจของ Finder พบว่าคนส่วนใหญ่ (51%) ที่ใช้ BNPL เพราะความง่ายในการสมัคร

ข้อเสีย

1️⃣ หากคุณไม่ผ่อนชำระตามเวลาที่กำหนดจะเสียค่าธรรมเนียมแพง แพงกว่าการจ่ายดอกเบี้ย เพราะล่าช้าไม่กี่ครั้งค่าธรรมเนียมก็เพิ่มขึ้นเท่าตัว

ผลสำรวจจาก ASIC พบว่า 21% ของลูกค้า BNPL เสียค่าธรรมเนียมเนื่องจากผ่อนชำระไม่ตรงต่อเวลา และในส่วนใหญ่คือคนที่มีอายุระหว่าง 18 ถึง 29 ปี

2️⃣ สรุปรวมๆ คือถ้าคุณคิดว่าไม่สามารถชำระเงินตรงต่อเวลา ควรคิดดีๆ ก่อนจะเลือกใช้ BNPL เพราะต้องมีวินัยในการจัดการเงินในบัญชีให้ดี

? การซื้อสินค้าโดยใช้บัตรเครดิต (credit card)

ข้อดี

1️⃣ มีความยืดหยุ่นมากกว่า BNPL ในการเลือกชำระเงินและเป็นที่ยอมรับใช้กันอย่างกว้างขวางในทุกๆ ร้านค้า แต่ BNPL บางร้านค้าไม่อนุญาตให้ใช้จ่ายค่าสินค้าหรือบริการ

ดังนั้นคุณสามารถใช้บัตรเครดิตจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ไปจนถึงการซื้อเสื้อผ้า

2️⃣ มีบัตรเครดิตแบบดอกเบี้ย 0% ให้เลือกใช้ ผู้บริโภคไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเหมือน BNPL

3️⃣ บัตรเครดิตมีสิทธิพิเศษ รางวัล หรือลดแลกแจกแถม เช่น บัตรเครดิตบางชนิดมีสิทธิพิเศษใช้ลดค่าตั๋วเครื่องบินได้

ผู้ใช้บัตรเครดิตส่วนใหญ่ (59%) ใช้เพราะรางวัลและคะแนนในบัตร หากคุณชำระเงินตรงต่อเวลาก็จะได้คะแนนสะสมหรือที่เรียกว่าคะแนนเครดิตดี เมื่อถึงเวลาที่คุณต้องกู้เงินซื้อรถหรือซื้อบ้าน คุณก็จะได้สิทธิ์ในการกู้เงินง่ายขึ้นเพราะคุณมีวินัยในการผ่อนชำระเงิน

ข้อเสีย

1️⃣ ความยืดหยุ่นในการเลือกชำระเงินด้วยตัวเองได้ ทำให้มีความเสี่ยงมากขึ้นในการเกิดหนี้บัตรเครดิต เพราะว่าถ้าคุณลืมเช็คหรือไม่มีวินัยในการติดตามค่าใช้จ่ายในบัตรจะทำให้เกิดหนี้เรื่อยๆ

หนี้บัตรเครดิตก็จะมาพร้อมกับค่าธรรมเนียมที่มากขึ้นซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นอาจจะเป็นเรื่องยากที่จะหลุดพ้นจากการเป็นหนี้

2️⃣ บัตรเครดิตมีค่าธรรมเนียมหลายอย่าง เช่น ค่าธรรมเนียมรายปี (annual fee), ค่าธรรมเนียมชำระเงินล่าช้า (late payment fee), ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ (international transaction fee), ค่าธรรมเนียมการเบิกเงินสดล่วงหน้า (cash advance fee), และค่าธรรมเนียมการโอนยอดคงเหลือ (balance transfer fee)

3️⃣ ขั้นตอนการสมัครที่ยุ่งยากน่าเบื่อ

สำหรับใครที่กำลังคิดอยู่ว่าจะใช้บัตรเครดิตหรือ BNPL โปรดอ่านข้อกำหนดการให้บริการ, เงื่อนไขการชำระเงินและค่าธรรมเนียม ให้เข้าใจก่อนสมัคร

อย่าลืมพิจารณาตัวเลือกที่เหมาะสมกับการใช้เงินของคุณ แต่สิ่งที่จำเป็นที่สุดคือการมีวินัยในการจัดการการเงิน เพราะไม่ว่าคุณจะซื้อสินค้าและบริการแบบไหนการมีวินัยจะทำให้คุณไม่เป็นหนี้สินอย่างแน่นอน

ที่มา https://yhoo.it/3v1ERcc

ติดต่อสอบถาม #SuperSmartPlans ที่นี่ เรามีผู้เชี่ยวชาญคนไทย คอยให้คำปรึกษาและบริการเกี่ยวกับเรื่องการเคลมภาษี
☎ 02 9169 4840 / 02 9169 4838 / 02 9169 4839 (เวลาพัก 12:45 – 1:45 PM ติดต่อไม่ได้ค่ะ)
? https://supersmartplans.com/
? admin@supersmartplans.com
Line: https://lin.ee/rpbB7yP

#taxagent #สำนักงานบัญชี #ภาษีออสเตรเลีย #ซุปเปอร์ #superannuation #เพื่อคนไทยในออสเตรเลีย #ยื่นภาษี #บัตรเครดิต #BuyNowPayLater