
ร่างกฎหมายใหม่ภายใต้รัฐบาลของ นายสกอตต์ มอร์ริสัน ว่าด้วยเรื่องการใช้จ่ายด้วยเงินสด เกิน 10,000 ดอลลาร์ ไม่ว่าจะเป็นการชำระค่าสินค้า บริการ และค่าใช้จ่ายทางธุรกิจ อาจได้รับโทษจำคุกสูงสุดถึง 2 ปี
ถ้าหากว่าร่างกฎหมายนี้ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ต่อไปนี้การทำธุรกรรมทางการเงินของชาวออสเตรเลียจะเปลี่ยนไป การชำระค่าสินค้าและบริการด้วยเงินสด สามารถทำได้ไม่เกิน 10,000 ดอลลาร์ การทำรายการใดๆ ที่มีมูลค่าเท่ากับหรือมากกว่าข้อกำหนดดังกล่าว จะต้องทำผ่านระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือจ่ายผ่านเช็คธนาคาร
จุดประสงค์ของร่างกฎหมายดังกล่าว เพื่ออุดรอยรั่ว ป้องกันการหนีภาษี รวมไปถึงกิจกรรมทางอาชญากรรมอื่นๆ อย่างการฟอกเงิน ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคม ปี 2020
อย่างไรก็ตาม องค์กรซีพีเอ ออสเตรเลีย ตัวแทนหน่วยงานด้านบัญชี ออกมาแสดงความเห็นว่า ถึงแม้จะสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าว แต่การเชื่อมโยงการใช้เงินสดกับคดีอาชญากรรมนั้นเป็นเรื่องที่เลยเถิด
“ร่างกฎหมายนี้ อาจทำให้คนทั่วไปต้องถูกปรับหรือจำคุกสูงสุดถึง 2 ปี เพียงเพราะพวกเขาใช้เงินสดด้วยจุดประสงค์ใดๆ ก็ตาม” กล่าวโดย Dr Gary Pflugrath
นายสตีเฟน โจนส์ สมาชิกจากพรรคแรงงาน กล่าวว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวมีเหตุผล “ผู้คนที่ยังชำระเงินสดเกิน10,000 ดอลลาร์ ก็คือกลุ่มคนเดียวกันที่ไม่จ่ายเงินซูเปอร์ให้ลูกจ้าง ไม่จ่ายภาษี และบรรดาบริษัทที่หลบเลี่ยงการชำระหนี้”
และเขายังแสดงความเห็นเพิ่มเติมอีกว่า “คนส่วนใหญ่เดี๋ยวนี้ก็ชำระเงินโดยตรงจากการโอนผ่านบัญชีธนาคาร หรือจ่ายผ่านโทรศัพท์กับเครื่อง EFTPOS ดังนั้นก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะใช้จ่ายเงินสดมากกว่า 10,000 ดอลลาร์”
ร่างกฎหมายนี้จะผ่านหรือไม่ เราต้องติดตามกันต่อไป แต่แน่นอนว่าถ้าผ่าน การซื้อบ้าน ซื้อรถ เรือ รวมไปถึงการตกแต่งบ้านต่างๆ จะจ่ายด้วยเงินสดไม่ได้อีกแล้ว
ที่มา https://www.abc.net.au/news/2019-08-20/transacting-$10,000-or-more-in-cash-could-make-you-a-criminal/11429230