รัฐมีแผนเก็บภาษีเงินได้เพิ่ม 1% ในช่วง COVID-19 เพื่อนำไปสนับสนุน Aged Care

 

มีความเป็นไปได้ว่าผู้ที่อาศัยอยู่ในออสเตรเลียอาจต้องเสียภาษีเงินได้เพิ่มอีก 1% เพื่อเป็นค่าบำรุงและพัฒนาด้าน aged care service

 

ก็คือ จะมีการเก็บค่า Medicare levy เพิ่มขึ้น 0.89% หรือ ภาษีเงินได้ 1% เพื่อนำภาษีนี้ไปช่วยบำรุงสถานพยาบาล (nursing home) ในออสเตรเลีย รวมถึงการช่วยให้สมาชิกในครอบครัวเข้าถึงการแพทย์, การให้คำปรึกษาในการฟื้นฟูสมรรถภาพ และเข้าถึงทันตแพทย์ได้มากขึ้น

โดยทั่วไปแล้วชาวออสเตรเลียยินดีที่ถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่ม 3.1% เพื่อครอบคลุมการดูแลผู้สูงอายุ

 

ทำไมถึงต้องพัฒนาด้านการดูแลผู้สูงอายุ เนื่องจากชาวออสเตรเลียเลือกที่จะอยู่บ้านมากกว่าการย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านพักคนชราหรือสถานที่สำหรับคนชรา ดังนั้น จึงมีการสร้างการบริการสำหรับผู้สูงอายุในระดับสี่ดาว ส่งผลให้จำเป้นต้องมีพนักงานดูแลประจำ 30,000 ตำแหน่งภายใน 10 ปีข้างหน้า รวมคนงานพิเศษอีก 50,000 คนเพื่อดูแลชาวออสเตรเลียที่มีอายุมากขึ้นเรื่อย ๆ

 

ขณะเดียวกันจะต้องมีพยาบาลที่จดทะเบียนถูกต้องเพิ่มขึ้นสองเท่า ซึ่งค่าจ้างก็เช่นกันต้องเพิ่มขึ้นเพื่อดึงดูดคนที่มีทักษะ โดยค่าจ้างเพิ่มขึ้น 5.5% ต่อปี และที่เป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่ต้องการย้ายถิ่นฐานโดยใช้ทักษะ (skilled migrant program) ก็จะเพิ่มทักษะด้าน aged care เข้ามาด้วย

 

ในตอนนี้การบริการด้านการดูแลผู้สูงอายุไม่ดีเท่าที่ควร ไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควร และมีเงินทุนไม่เพียงพอ จึงต้องมีการปฏิรูปครั้งสำคัญ โดยเฉพาะการแบ่งงบประมาณของประเทศไปช่วยเหลือด้านนี้ และเปลี่ยนจากการที่ผู้สูงอายุอยู่ที่บ้าน ได้รับการดูแลที่บ้านซึ่งทำให้ไกลหมอ ต้องเดินทางทุกครั้งที่มีการตรวจเช็คร่างกาย มาเป็นการอาศัยอยู่ในบ้านพักคนชราแทน และควรเป็นสถานที่ที่ราคาเหมาะสม ไม่แพงจนเกินไป

 

และที่น่าสังเกตคือ การที่รัฐต้องการปฏิรูป Aged care เพราะว่าประเทศออสเตรเลียมีคนในสถานดูแลผู้สูงอายุเสียชีวิตด้วยโรคโควิดจำนวน 554 คน ในขณะที่ 732 คนฟื้นตัวแล้ว และ อีก 663 คนยังคงต่อสู้กับโรคทางเดินหายใจ กรณีส่วนใหญ่อยู่ในรัฐวิกตอเรีย และประเด็นหลักคือเกิดจากแผนการจ้างงานที่ไม่เพียงพอ

 

https://au.finance.yahoo.com/news/aged-care-boost-would-cost-1-higher-taxes-020934075.html